วันหนึ่งอากาศข้างนอกดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ
ก็เลยเปิดคอมพิวเตอร์ดูอัลบั้มรูปกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยไปมาแล้ว
ไปเจอกับอัลบั้ม แพภูตะวัน เออนี่เราเคยไปเขื่อนเชี่ยวหลานแล้วนี่นา
ดังนั้นรีวิวนี้จึงเป็นเรื่องราวเมื่อ 2-3 ปีก่อน + ปัจจุบัน
กาลครั้งหนึ่ง...ในฤดูร้อน เมื่อสมาชิกบ่นว่าอยากไปพักผ่อนนอนบนแพสักที่
จะแพเขื่อนศรีนครินทร์ แพเขื่อนเขาแหลม หรือที่ไหนก็ได้
บทสรุปทริปนี้คือ...แพที่เขื่อนเชี่ยวหลาน เหตุผลนะเหรอ ตามไปกันเลย
โจทย์ของทริปนั้นคือ
ที่พักต้องถูก บรรยากาศต้องได้ ยากแท้
เราเลยเลือกไปพักที่ แพภูตะวัน เขื่อนเชี่ยวหลาน
ซึ่งตอนนั้นคิดว่าถูกที่สุดแล้ว ราคาตอนนี้เดี๋ยวตอนท้ายจะมาอัพเดตราคา
เราได้ทำการจองโดยตรงไปที่แพเป็นราคาแพคเกจต่อหัว (จำไม่ได้ละว่าเท่าไหร่)
เดินทางโดยรถยนต์มุ่งหน้าสุราษฎร์ธานี โดยที่เรานั่งกระบะท้าย (สุดๆไปเลย)
เขื่อนเชี่ยวหลาน อยู่ที่ใด?
เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน หรืออีกชื่อที่คุ้นเคยคือ เขาสก
อยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาสก ต.เขาพัง อ.ตาขุน จ.สุราษฏร์ธานี
อยากให้ทุกคนนึกภาพตาม เรานั่งกระบะ ฝนก็ตก
อยากจะร้องไห้ นั่นมันเดือนเมษายนนะอากาศโคตะระร้อนสุดๆ จะมาตกทำไมฮะ
ไปถึงเขื่อนเชี่ยวหลานประมาณฟ้าสาง ภาพที่เห็นหายเหนื่อยเลย
หมอกยามเช้า นี่ภาคใต้ มีทะเลหมอก เลอค่า!!
แก๊งค์เราขับรถไปที่ท่าเรือ
สักแป๊บก็มีพนักงานจากแพภูตะวันมารับ
จ่ายค่าธรรมเนียมค่าเข้าอุทยานเรียบร้อยก็ไปลงเรือกันเลย
สมาชิกขนสัมภาระขึ้นเรือ
ทริปนั้นไปกัน 7 ชีวิต
มีทั้งสาวร่างบาง สาวอวบ(ระยะสุดท้าย)
มนุษย์ผู้ชาย และผู้หญิงบ้า 55
บรรยากาศยามเช้ามันช่างโสภา
อากาศเย็นสบาย หมอกก็รายล้อมเต็มไปหมด
ดูรูปไปพลาง
ไร้คำบรรยายใดๆ
กำลังอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์
ถ่ายรูปสองข้างทางไปเพลินๆ
ไม่นานก็ถึงปลายทาง
แพภูตะวัน
เมื่อก่อนมีแค่ 8 หลัง
เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
จึงได้เพิ่มบ้านพักเป็น 32 หลัง
มีทั้งแบบไฮโซพร้อมแอร์เย็นฉ่ำ
กับธรรมดาแบบของเราก็ตามราคา
นี่คือห้องนอนของเรา
เรียงกัน 3 หลังมีหมายเลขบอกหน้าบ้าน
ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าผิดหลัง
วิวหน้าบ้านพักของเราก็ประมาณนี้เลย
น้ำใสมากๆ เป็นกระจกสะท้อนก้อนเมฆ
กิจกรรมของที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก
เล่นหน้า พายเรือนั่งเม้า อ่านหนังสือ
ณ ตอนนั้นสัญญาณโทรศัพท์ไม่มีนะ
เราว่าดีเลยจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
และเพื่อนได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องแคร์โลกโซเซียล
ห้องน้ำนี่เพื่อนอ้วนบ่นมาก
เพราะว่าปวดขาต้องขึ้นไปบนเนิน
สภาพก็ประมาณนี้เลย
มุมสูงจากห้องน้ำ
จะได้ภาพแบบนี้ก็สวยดีนะ
เห็นภาพแบบนี้แล้วเมื่อหลายปีก่อน
เรามาดูภาพปัจจุบันของแพภูตะวันกันดีกว่า
ขอบคุณภาพจากเวปไซต์ แพภูตะวัน
OMG!เปลี่ยนไปมากกกกจากกระท่อมหลังน้อย
กลายมาเป็นห้องพักแคปซูล กับเรือนไม้กระจก
สวยงามน่าพักกว่าเดิมมากๆ ราคาก็แล้วจะเลือกพักแบบไหน (ไปดูได้เพิ่มเติมที่เวปไซต์แพภูตะวัน)
ซึ่งการซื้อแพคเกจจะรวม ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินป่า เที่ยวถ้ำปะการัง
ชมกุ้ยหลินเมืองไทย และอีกมากมาย เรียกว่าจ่ายทีเดียวจบ
นอกจากแพภูตะวันแล้ว
เขื่อนเชี่ยวหลานยังมีพี่พักอีกเพียบ
รวมที่พักเขื่อนเชี่ยวหลาน คลิกเลย
การเดินทางไปเขื่อนเชี่ยวหลาน?
โดยรถยนต์ - จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปจนถึงจังหวัดชุมพรจากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึง อ.พุนพิน ตรงสี่แยก ที่สามารถเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยก ท่าโรงช้าง ให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 401จากนั้นประมาณ 40 กม. ก่อนจะถึง ตัว อ.บ้านตาขุนจะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา อยู่ทางขวามือ
โดยรถทัวร์ - จากสถานีขนส่งสายใต้ ให้ขึ้นรถทัวร์ที่ไปยัง ภูเก็ต หรือ พังงาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้า เขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน ใช้เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ราคาประมาณ 700-1,000 บาท ต่อเที่ยว
รถไฟ - ขึ้นรถไฟสาย กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี มีทั้งรถด่วนและรถเร็ว ลงที่สถานีรถไฟพุนพิน และนั่งรถประจำทางสายสุราษฎร์ธานี - ตะกั่วป่า – ภูเก็ต รถเที่ยวแรกที่จะไปทางเชี่ยวหลานได้ คือตอน 6.30 น หลังจากนั้นก็จะมีรถบัส รถทัวร์ ต่างๆ วิ่งอยู่ตลอด ทุกชั่วโมง ลงรถที่หลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก
เครื่องบิน - ลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี สายการบินที่ให้บริการ ไลอ้อนแอร์ การบินไทย นกแอร์ แอร์เอเชีย หลังจากนั้นนั่งรถตู้จากสนามบินไปลงตลาดเกษตร 1 แล้วไปต่อรถตู้ที่ตลาดเกษตร 2ไปลงเขื่อน ค่ารถทั้ง2ต่ออยู่ประมาณ250-300บาทต่อคน
เรียบเรียงโดย BlackPearl





