"อาทิตย์หน้าไปมาเก๊า" นะ
เสียงสั้นๆ ของเวปมาสเตอร์พูดกับเราในบ่ายวันหนึ่ง
"อะไรนะพี่ง่ายๆ แบบนี้เลย ไปยังไง อะไร บลาๆ" เรายิงคำถามเป็นชุดตามสไตล์ผู้หญิงพูดมากถามเยอะนั่นแหละ
คำตอบกลับมาสั้นกว่า "จะยากอะไรมาเก๊าไปง่ายบินไปกับแอร์เอเชียแป๊บเดียวถึง" ค่ะก็จริงของพี่ 555
นี่คือที่มาของทริปที่มีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก
มาเก๊า แวบแรกในความคิดหลายๆ คนคงนึกถึงคาสิโน เราเองก็ไม่ต่างเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในลำดับต้นๆ แน่ๆ เมื่อคิดจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่หลังจากกลับมาจากทริปนี้บอกเลยว่าหากใครคิดแบบเดียวกับเรา คุณคิดผิดแล้ว มาเก๊า มีอะไรไปดูกันค่ะ
เราเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD760 ออกจากดอนเมือง 06.30 น. เรียกว่าขึ้นเครื่องตอนพระอาทิตย์โผล่ทักทายพอดี ถึงมาเก๊า 10.20 น. หลับไปสองติื่นก็ถึงพอดี หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เรานี่เกือบไม่ผ่านเพราะเจ้าหน้าที่พลิกพาสปอร์ต ไปมาคือตัวจริงกับรูปไม่ค่อยเหมือนกันไง เพราะตัวจริงๆ เหมือน ใหม่ ดาวิกา แต่ในรูปนั่นซิ้มที่ไหน T_T
อาหารมื้อแรกของเราคืออาหารโปรตุเกส ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่แนะนำว่าควรลอง เป็นบุฟเฟต์ในโรงแรม รสชาติพอได้ ไม่มีอะไรหวือหวาเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาอวด หลังจากอิ่มท้องกันแล้วเราไปสถานที่แรกที่ควรไปนั่นก็คือ
รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง (Guan Yin Statue)
หากเพ่งดีๆ จะเห็นว่าเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้เป็นเจ้าแม่กวนอิมลูกครึ่ง ที่โปรตุเกสสร้างให้มาเก๊าในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน ด้านในก็จะมีเรื่องราวให้เราได้อ่านกัน ให้สังเกตดีๆ ว่าที่รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมมีสัญลักษณ์ที่มีเลข 8 อยู่กี่อัน?
เดินออกมาข้างนอกจะเห็นวิวของมาเก๊าด้วยค่ะ
ก่อนกลับอย่าลืมยืนขอพรเจ้าแม่กวนอิมบริเวณเลข 8 ตรงนี้ด้วยนะคะ
หอคอยมาเก๊า (Macau Tower)
ใช้เวลาอยู่ที่เจ้าแม่กวนอิมพอประมาณ เราไปกันต่อที่ หอคอยมาเก๊า เป็นสถานที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งที่หากไปมาเก๊าแล้วไม่ได้ไปที่นี่ถือว่าไปไม่ถึงนะคะ
เข้าไปข้างในหอคอยมาเก๊า เราจะต้องลงบันไดเลื่อนไป 2 ชั้น จะเจอจุดซื้อตั๋วขึ้่นไปด้านบนค่ะ
ตั๋วเข้าไปชั้นบนราคา 130 MOP แค่ชมวิวอย่างเดียวนะ (เรตนะวันที่ไป 1 mop เท่ากับ 4.47 บาท) ซึ่งกิจกรรมของที่นี่จะมีทั้ง BungyJump , SkyJump , SkyWall, TowerClimp, ClimbingWall, แต่ละอันหวาดเสียวทั้่งนั้น ซึ่งหากใครอยากเล่นก็ซื้อเป็นแพคเกจได้ค่ะ
ด้านล่างชั้นเดียวกับชั้นซื้อตั๋วมีขนม เสื้อผ้า ของที่ระลึกจำหน่าย
หลังจากนั้นก็กดลิฟต์ไปที่ชั้น 58 ใครกลัวความสูงบอกได้เลยว่าแค่ขึ้นลิฟต์แก้วขาสั่นแน่ๆ เป็นลิฟต์ที่ความเร็วสูงมาก แป๊บเดียวถึงชั้น 58 กับจุดชมวิวที่ความสูง 223 เมตร มีกระจกใสให้ยืนหวาดเสียวเล่น มองไปข้างล่างเห็นรถวิ่งเลย
วิวจากชั้น 58 เราจะมองเห็นเกาะทั้งเกาะได้เลยค่ะ ยังไม่สาแก่ใจใช่มั้ยขึ้นไปดูความหวาดเสียวกันต่อดีกว่า
ไปดูความหวาดเสียวกันต่อที่ชั้น 63 ชั้นนี้มีอะไรไปดูกันค่ะ
เห็นอะไรมั้ย โอวววว นี่คือผู้กล้า!! SkyWalk เป็นการเดินชมวิวสวยๆๆ ด้านนอกหอคอย สาวๆ ดูจะชิลล์ๆ แต่หนุ่มด้านหลังดูขาสั่นนิดหน่อย ส่วนคนดูลุ้นกว่าคนข้างนอกอีก
คนนั่งว่าหวาดเสียวแล้ว พี่ตากล้องนี่แบบ ชิลล์มากกก
วัดอาม่า
วัดอาม่า เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไปมาเก๊าแล้วต้องไปเช็คอินที่นี่เลยนะ เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุเก่าแก่ไว้มากมายหรือที่รู้จักกันดีในนาม "เจ้าแม่ทับทิมเทพเจ้าแห่งท้องทะเล"
ภายในวัดมีศาลเจ้า และก้อนหินขนาดใหญ่ ก้อนนี้เลยค่ะ ที่ตำนานเล่าว่าเป็นจุดแรกที่เจ้าแม่อาม่าย่างก้าวแรกเข้าสู่ผืนดินมาเก๊า
ที่ีวัดอาม่ามีศาลเจ้าหลายจุด แนะนำให้ซื้อธูปมัดเดียวแล้วเดินขึ้นไปไหว้ทุกจุด ราคา 10-20 เหรียญ อย่าลืมเดินขึ้นไปด้านบนสุดด้วยนะคะ
ทริค: ก่อนกลับให้ไปไหว้ขอพรแล้วเอามือทั้งสองข้างลูบไปตามเรือแบบในรูปเลยค่ะ เสร็จแล้วนำใส่กระเป๋าปิดเอาไว้ เอากลับไปฝากคนที่ีเรารักที่เมืองไทยได้ค่ะ
วัดเจ้าแม่กวนอิม
วัดเจ้าแม่กวนอิมเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า และที่น่าแปลกใจหากไปตอนเช้าๆ แทบไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเลยค่ะ (ไม่เหมือนวัดอาม่าที่คนแน่นตลอด) ด้านในมีหลายศาลาซึ่งคนจีนเชื่อว่าให้ก้าวเท้าซ้ายเข้าวัดค่ะ
ศาลด้านในสุดจะเป็นที่ประทับของเจ้าแม่กวนอิมใส่ชุดเจ้าสาวของจีน ในบริเวณศาลนี้จะมีถังใส่น้ำมีเหรียญและใบไม้วางอยู่ ตรงนี้ไม่ใช่น้ำล้างมือแต่อย่างใดแต่เป็นน้ำที่ให้เราประปรมเพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ ถัดมาศาลาที่สองเป็นศาลที่มี พระสังกัจจายน์ เป็นจุดที่อย่าลืมลูบท้องพระสังกัจจายน์เพื่่อความสมบูรณ์พูนสุข
สังเกตต้นไม้สองต้นนี้ มีความเชื่อว่า หากอยากให้คนรักอยู่กับเราไปทั้งชีวิตให้เขียนชื่อและนำไปมัดไว้ที่ต้นนี้โดยให้หลวงพ่อทำพิธีให้ค่ะ
ไฮไลต์สำคัญของวัดเจ้าแม่กวนอิมคือ รูปปั้นสิงโตคู่ที่อยู่บันไดทางออก มีความเชื่อว่าถ้าอยากได้อะไรให้มาขอที่สิงโตคู่นี้ เช่น หากผู้หญิงอยากได้แฟนก็ไปลูบที่สิงโตตัวผู้ หากผู้ชายอยากให้แฟน(ที่เป็นผู้หญิง) อยู่ในโอวาทก็ไปลูบที่สิงโตตัวเมีย หรือใครอยากได้ลูกชาย-หญิง ก็ไปลูบสิงโตเลือกเพศได้เช่นกัน แต่อย่าลืมว่ามีป้าย Dont Touch ติดไว้เพราะมีคนมาลูบกันมากจนทำให้เขี้ยวสิงโตหัก อย่าลืมลูบกันเบาๆ นะคะ
มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Macau Fisherman Whare)
มาเก๊า ฟิชเชอร์แมนวาฟ เป็นสถานที่ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือเฟอร์รี มีศิลปะหลายชาติรวมกัน ให้อารมณ์เหมือนเดินเล่นเอ้าท์เลตบ้านเรา มีร้านขายของ มีคาสิโน แต่กลางวันค่อนข้างจะเงียบเหงา ไปตอนค่ำที่นี่คึกคักมาก
จุดเด่นของที่นี่คือ สถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ทางวัฒนธรรมของเมืองมาเก๊า โดยแบ่งพื้่นที่ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนท่าเรือแห่งราชวงศ์ (Dynasty Wharf) เป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณแบบจีนในช่วงราชวงศ์ถัง ส่วนตะวันออกพบตะวันตก (East Meets) พื้นที่บริเวณนี้จะห้อมล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและตะวันออก
และส่วนท่าเรือในตำนาน (Legend Whaef) จุดนี้เราจะมองเห็นท่าเรือเฟอร์รี
เรามาโผล่อิตาลีได้อย่างไรกัน ^^
โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of ST.Paul ’s)
โบสถ์เซนต์ปอล สัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊าที่ทุกคนจะต้องไปเช็คอินที่นี่ โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1602 เพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของตะวันตกในดินแดนตะวันออก ต่อมาได้เกิดไฟไหม้ทำให้โบสถ์ได้รับความเสียหาย เหลือไว้เพียงประตูหน้าและบันไดทางเข้าเท่านั้น
เหาะมาถึงนี่ด้วยร่มสีแดงจาก Tune Insurance ของเค้าดีจริงๆ 55
โบสถ์เซนต์ปอล นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก ใครที่อยากถ่ายรูปสวยๆ คนเดียวนี่ได้แต่มโนเลยล่ะ แนะนำว่าไหนๆ ก็ไปถึงที่นี่แล้ว รอให้ถึงเย็นจะได้อีกบรรยากาศ คนจะน้อยลงด้วยค่ะ
ป้อมปราการ (Mount Fortress) และพิพิธภัณฑ์มาเก๊า (Macau Museum)
ป้อมปราการและพิพิธภัณฑ์จะอยู่ด้านบนค่ะ เดินขึ้นไปทางนี้เลย
เดินมาเรื่อยๆจะเจอป้อมปราการก่อน
ด้านบนสุดจะเป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ
สามารถชมวิวเมืองมาเก๊า 360 องศา จากบนนี้เลยค่ะ เห็นพระอาทิตย์อยู่ตรงโน้นมั้ย เรานี่เฝ้ารอเลยนะว่าจะได้ภาพสวยๆ ปรากฏว่าพระอาทิตย์ตกหลังเขาไปซะอย่างนั้น T_T แต่ไม่เป็นไรแค่ได้ไปชมวิวที่นี่ก็คุ้มแล้ว หรือนั่งเล่นตรงนี้ได้แต่อย่าล้ำเข้าไปเกินเส้นเหลืองนะ จะมียามวิ่งมาไล่เลยเชียว
เซดาโดสแควร์
แหล่งช้อปปิ้งย่านที่รวมร้านค้า แบรนด์เนม ทาร์ตไข่ และอีกหลายสิ่งเอาไว้ที่นี่ที่เดียว ประหนึ่งสยามบ้านเราเลยค่ะ มองจากโบสถ์เซนปอล เห็นคนเยอะๆ นั่นแหละเรากำลังจะไปตรงนั้นเลยค่ะ
โอวววคนอย่างแน่น ระวังกระเป๋าด้วยนะคะ
ร้านดังคือ SASA มีทุกสิ่งอย่างโดยเฉพาะเครื่องสำอาง น้ำหอม ก่อนไปเช็คราคาจากบ้านเราให้ดีเพราะอย่างก็แพงกว่า หรือเท่ากัน ที่เห็นถูกแน่ๆ คือ ครีมว่านหางจระเข้ ยี่ห้อ Nature Republic กระปุกละ 99 บาทเอง
ที่เซนาโดสแเควร์ มีโบสถ์สวยๆ สีเหลือง ๆ ด้านในอีกแห่ง ที่เข้าไปรู้สึกสงบมาก (เพราะข้างนอกคนเยอะวุ่นวายๆเหลือเกิน)
เดินอยู่ที่นี่จนมืด บรรยากาศตอนกลางคืนกำลังสบายเลยค่ะ
เวเนเชียน (The Venetian Resort)
โรงแรมหรูระดับ 6 ดาว กับบรรยากาศลาสเวกัสแห่งใหม่ของเอเชีย ด้านในมีสิ่งอำนวยความสะดวกความบันเทิงมากมาย มีค่าสิโน 4 โซนใหญ่ๆ ในรูปแค่โซนเดียวนะคะ คนมากมายจริงๆ
มีแหล่งช้อปปิ้งที่แกรนด์คาแนลช้อป มีร้านแบรนด์เนมชื่อดังมากกว่า 350 ร้าน และยังสามารถนั่งเรือกองโดล่าล่องไปตามคลองเวนิชภายในโรงแรม ด้านบนมีท้องฟ้า (จำลอง) ที่ประหนึ่งอยู่อิตาลี ค่าบริการล่องเรือก็แรงอยู่ค่ะ
มีร้านอาหารที่อยู่ในฟู้ดคอร์ทเยอะมาก เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่ราคาก็สูงเหมือนกันค่ะ เริ่มต้น 250-300 บาท ต่อชาม มีร้านอาหารไทยหลายร้านเลยนะ
Nightlife in Macau
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือการเดินไปถ่ายรูปสะพานกับหอคอยมาเก๊าตอนกลางคืน ขอบอกว่าแก๊งค์เราเดินจริงๆ นะ เดินกันจนปวดขาไปเลย 55 อ้อ..มีนั่งรถเมล์ด้วย แต่นั่งไม่ถึง 10 นาทีก็ชวนกันลงอีกแล้ว 55
โชว์น้ำพุที่โรงแรมวินส์มาเก๊า รีสอร์ท (Wynn Macau Resort) จัดขึ้นบริเวณทะเลสาบด้านหน้า ประกอบกับเสียงเพลงใช้เวลารอบละ 3 นาที มีโชว์ 4 แบบ ใน 1 ชั่วโมง แสดทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน ทุก 15 นาที
โชว์มังกรแห่งโชคลาภ (Dragon of Fortune) เป็นการแสดงที่อลังการงานสร้างมาก จะมีมังกรยักษ์โผล่ขึ้นมา ท่ามกลางเสียงซาวน์ที่เร้าใจ
โชว์มังกรนี้จะอยู่จุดเดียวกับ โชว์ต้นไม้แห่งความมั่งคั่ง (Tree of Prosperity) โดยจะสลับกันทุกครึ่งชั่วโมง ระยะเวลาการแสดงประมาณ 4 นาที แสดงทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) **ทั้งหมดนี้ชมฟรีค่ะ**
ร้านอาหารแนะนำ
ร้านบะหมี่หมีแพนด้า จริงๆไม่ได้ชื่อร้านนี้(มั้ง) เราอ่านไม่ออกแต่เห็นมีสัญลักษณ์รูปหมีอยู่ขอเรียกง่ายๆ แบบนี้ละกัน ^^ ร้านนี้อยู่ในซอยข้างๆ เซนาโดสแควร์ หาไม่ยาก คนอย่างแน่น
ราคาตามนี้เลยค่ะ เอา 5 คูณ ง่ายดี เป็นร้านที่รอไม่นานแป๊บเดียวได้กิน
MGM Grand Macau
โรงแรมนี้นอกจากจะเป็นคาสิโนแล้ว ด้านในยังมีร้านสวยๆ และโชว์กลางโรงแรมที่อลังการงานสร้างไม่แพ้ที่อื่นเลย
Rio Macau
ห้องพักกว้างขวางดี เตียงคู่ที่กว้างมาก ตั้งแต่เที่ยวมาเป็นโรงแรมแรกที่เตียงคู่กว้างที่สุด นอนได้ 2 คนเลยค่ะ ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้ง พร้อมอ่างอาบน้ำแต่ตลอด 3 วันไม่ได้แช่เลยสักนิดถึงห้องก็สลบ 55 น้ำไหลแรงดี แต่ปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย
ร้านของฝาก
ร้านเก่าแก่ ที่มีของฝากทุกอย่างที่ฮิตๆ โดยเฉพาะหมูแผ่น อร่อยมากๆ ร้านนี้มีทั้่งขนมผัวจ๋าเมียจ๋า กะปิ เป็นร้านที่ขายถูกกว่าร้านอื่นๆ (ไกด์บอกมาค่ะ)
Lord Stow’ s Bekery&cafe
ร้านต้นตำรับทาร์ตไข่ ที่หากใครไปมาเก๊าแล้วไม่ได้ชิมถือว่าไปไม่ถึง และต้องเป็นทาร์ตไข่จากร้านนี้้ด้วยนะ อร่อยแบบไม่มีใครเลียนแบบได้เลย ราคาชิ้นละ 10 เหรีียญ จะสั่งกลับกรุงเทพก็ง่ายมากให้ร้านไปส่งที่สนามบินได้เลยค่ะ โหลละ 130 เหรียญ
มาเก๊าไม่ได้มีแค่คาสิโนทั้งเมือง ยังมีสถานทีท่องเที่ยวอีกหลายแห่งในมาเก๊า เมืองที่เดินเที่ยวสนุก ช้อปเพลิน โดยเฉพาะช่วงปลายปีน่าไปที่สุด แถมไปง่ายวันละ 4 เที่ยวบิน โดยสายการบินแอร์เอเชียค่ะ
ขอขอบคุณ สายการบินแอร์เอเชีย และ Tune Insurerance





